UTDM 42k เทรลบ้านๆ ห่านเอ๊ย

UTDM 42k เทรลบ้านๆ ห่านเอ๊ย

“ปีหน้าหย่ำมาาาาาาา” พิมพ์หาเพื่อนทางไลน์หลังวิ่งจบ Ultra Trail Doi Muser 2020

“นี่นึกว่ามาแข่งไตร ต้องลุยน้ำครึ่งตัว แถมต้องไต่เชือก โรยตัว ปีนผา ถ้าปั่นจักรยานด้วยก็ครบเลย”

รู้สึกขอบคุณสิ่งศักดิสิทธิ์ ที่ดลบันดาลใจให้ไปลองปีนผาจำลอง อาทิตย์ก่อนที่จะแข่ง

ทำให้มีสติและรอดตายมาได้จากเรซนี้

วู่วาม

กลับจาก CM3 มีอาการค้างๆ อยากลงสนามอีก

เห็น UTDM เปิดรับสมัครอยู่ 

จำได้ว่าภูเขาแถวตากสวยมากเพราะเคยมาเดินป่าดอยหลวงตากแล้วประทับใจ

ชวนเพื่อนไปวิ่งไม่มีใครไป ก็สมัครเดี่ยวไปเลยจ้า 42 กิโล

หลังจากผ่านการวิ่งคนเดียวในป่าตอนเที่ยงคืนจากงาน CM มาแล้ว 

ก็ไม่กลัวอะไรอีกต่อไป 

โตแล้ว วิ่งในป่าคนเดียวได้ มุแงงงงงงง

ทริปนี้ได้ความกรุณาจากทัวร์พี่ชายฟอร์รันเนอร์อาสาพาไปวิ่งเจ้าเก่า

ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องหาที่พัก อาหารหรือรถรับส่ง

ลากตัวไปวิ่ง และรอดตายกลับมาให้ได้เป็นพอ

 

ก่อนแข่ง

ดูกราฟความชันแล้วก็นึกว่าดูกราฟชีพจรหัวใจ

พายุก็เริ่มเข้าใกล้ๆวันที่จะไปวิ่ง

ฟังบรีฟเส้นทาง เค้าก็ว่า ทางมันจะเละๆ

มีคนถามว่า มันเละหรือมันเล็ก เอาดีๆ

ไม่มั่นใจกับสำเนียงท้องถิ่น

เทรลบ้านๆ น่ารัก <3

 

ร่าเริงในทุ่งเทเลทับบีส์

ปล่อยตัวตีสี่กว่า พายุไม่มา ดูท่าอากาศดี

วิ่งทางถนนไปยาวๆเลย ผ่านหมู่บ้านมูเซอร์ ผ่านไก่ขันตอนเช้า

ทั้งเรซประมาณสามสิบโลแรกจะวิ่งในไร่ข้าวโพด

ขึ้นลง ขึ้นลง ขึ้นลงในไร่นั่นแหละ

อากาศตอนเช้าดีมาก 

ทักทายคนอื่น เกาะวิ่งไปกับน้องอีกคนที่เดินเร็วมาก

มากกว่าสปีดการวิ่งของพี่ อะแหะ 

ขึ้นไปถึงยอดเขา มองลงมามีทะเลหมอกตัดกับเขาเตียนๆสีเขียวอ่อน

สวยมากกกกกกกกกกกกกกก

ตากล้องก็ดีมาก เก็นภาพเยอะสุดๆ

ประทับใจ <3

ทางส่วนใหญ่จะเป็นคันดิน ที่มีร่องน้ำตรงกลาง

และแผ่นคอนกรีตที่ปูในไร่เพื่อให้รถมอเตอร์ไซค์วิ่ง

จะมาวิ่งก็ต้องเตรียมซัพพอร์เข่าดีๆ

เท้ากระทบคอนกรีตก็จะฮาร์ดคอร์นิดๆ

สายวิ่งถนนก็คงสนุกในการอัพฮิลดาวฮิลกันแหละ

และเนื่องจากฝนไม่ตก

ตัวก็ไหม้จากแสงแดดแผดเผาตอนเที่ยง 

(ก็ใส่แขนกุดไปวิ่งทำไม!)

ฮีทสโตรคก็มาเพราะน้ำหมด

(ถุงน้ำใหญ่ดันมารั่วก่อนแข่ง เลยพกแค่ขวดนิ่มสองอัน)

หน้าก็คงแดงมากจนคนแบ่งน้ำให้ประทังชีวิต

กลับมาป่วยเลยจ้า เป็นไข้แดด 

 

สิบกิโลนรก

สามสิบกิโลในไรข้าวโพดผ่านไป หารู้ไม่นรกเริ่มที่สิบกิโลสุดท้าย

ลางมันมาตอนที่หาทางวิ่งไม่เจอ เจอแต่ลำธาร

จริงๆก็ได้ยินตอนฟังบรีฟเว้นทางว่ามีลุยน้ำ

คิดว่าเค้าล่อเล่น!

ลุยลำธารไปยาวๆเลยจ้า 

ครึ่งน่องผ่านไป ครึ่งเอวก็ผ่านไป

ถึงน้ำตก มีสะพานไม้ไผ่ให้ไต่ขึ้น

ต่อจากนั้นก็ต้องจับเชือก ตะกายตัวขึ้นไปบนผาดิน

เก็บไม้โพลไปนานแล้ว ชันขนาดนี้มีโพลไร้ประโยชน์

ด่านสุดท้าย ไต่กระไดไปไหว้พระ

วิ่งมาจนกางเกงแห้ง แต่ถุงเท้ายังชุ่มชื้น

ถึงด่านมรณะขึ้นบันไดทดสอบจิตใจ

ก่อนขึ้นมีจุด check point คุณพี่ร่างกำยำก็เสนอบริการนวดควายเส้นด้วยความสุภาพ

หาน้ำเย็นมาให้ หาแตงโมมาเสิรฟ์ เติมน้ำให้เสร็จสรรพ

เอ้อ เป็นเรซที่น่ารักมาจริงๆ

บันไดก็ไต่ไปเรื่อยๆ หันหลังกลับมาก็จะหวิวๆหน่อยเพราะสูงจัด

ถึงยอดไหว้พระ แล้วไปต่อ

เป็นสิบกิโลที่กินเวลายาวนานมากจริงๆ

ก่อนถึงเส้นชัย วิ่งผ่านหมู่บ้าน

ไฮไฟว์กับเด็กๆ ผู้เฒ่าผู้ใหญ่ก็ยิ้มให้กำลังใจ

มีแรงวิ่งขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

แต่แรงก็หมดไป หลังจากที่ชาวเขาคีบแตะแบกของเต็มหลังอัพฮิลฉับๆ ผ่านหน้าไปด้วยความเร็ว

ไอ้เราแต่งเต็มยศด้วยรองเท้าเทรลหนานุ่ม พร้อมเทคกิ้งโพลสองข้าง

หายใจแรงๆ แล้วก้าวเดินต่อไป พร้อมมองน้องชาวเขาที่ตอนนี้นำหน้าไปไกลลิบๆอย่างตาละห้อย

มุแงงงงงงง ยังแข็งแกร่งไม่พอ

ประทับใจ

เป็นหนึ่งในเรซที่ประทับใจมากที่สุดเท่าที่วิ่งมา

ไม่ว่าจะเป็นนักวิ่งที่เจอกันระหว่างเรซ

ที่ยิ้มให้กัน หรือหลอกกันเสมอว่าจะถึงแล้วๆ

วิ่งเล่นแข่งกันมา หลงด้วยกัน ถ่ายรูปให้กัน

แบ่งน้ำขนม ลากกันเข้าเส้นชัยพร้อมๆกัน

หรือเจ้าหน้าที่ประจำจุดที่คอยดูแลเป็นอย่างดี นวดให้ ถามว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า

ชาวบ้านที่น่ารัก ยิ้มแย้ม ต้อนรับ แม้ว่าเราจะไปเหยียบผักที่เขาปลูกบ้าง

วิวสวยงามหลักล้านที่หาไม่ได้จากการขับรถมา

ตากล้องที่คอยสั่งให้โพสท่านานา

น่ารักไปหมด

ตอนแรกก็เหนื่อยเพราะสนามค่อนข้างยากตอนผ่านน้ำตก

เลยบอกเพื่อนไปว่าอย่ามา

หลังแข่ง พอฟื้นตัว ได้ภาพสวยๆ ความทรงจำดีๆกับเรซนี้ก็กลับมา

ติดใจซะแล้ว

ได้ยินข่าวทูเลเทรลจะเปิด

ติดอะไรจะยกเลิกให้หมด

รอสมัครทูเลเทรลพ่อทุกสถาบัน แน่นอน

อย่าลือเอาตุ๊กตาเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้วไปฝากน้องๆบนดอยด้วย ขอบคุณทุกคนที่ร่วมบริจาคครั้งนี้ค่ะ

 

Nuki

Let's keep in touch in Strava: https://www.strava.com/athletes/16013107

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *